<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>mrKrich™ &#187; Article</title>
	<atom:link href="http://beta.mrkrich.com/category/article/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://beta.mrkrich.com</link>
	<description>The happen things around me</description>
	<lastBuildDate>Fri, 09 Sep 2011 08:00:00 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>Technology for Tomorrow</title>
		<link>http://beta.mrkrich.com/2011/02/technology-for-tomorrow/</link>
		<comments>http://beta.mrkrich.com/2011/02/technology-for-tomorrow/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Feb 2011 19:05:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mrkrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Computer and internet]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile]]></category>
		<category><![CDATA[internet]]></category>
		<category><![CDATA[technology]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beta.mrkrich.com/?p=326</guid>
		<description><![CDATA[» บทความนี้ผมคิดและเขียนขึ้นหลังจากอ่านข่าวเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้ว มันทำให้ผมได้คิด และผมเชื่อว่าหลายๆคนน่าจะรู้สึกและสัมผัสได้มาสักพักใหญ่ๆแล้ว เกี่ยวกับทิศทางของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นและกำลังจะเป็นไปในอนาคตของคอมพิวเตอร์ ว่ามันใกล้จะถึงยุคที่คอมพิวเตอร์กำลังจะกลับไปอยู่เฉพาะคนบางกลุ่มอีกครั้ง และจะมีอุปกรณ์อีกประเภทที่เข้าใกล้ชีวิตผู้คนได้มากกว่าที่คอมพิวเตอร์เคยเป็น


» ขอเกริ่นสักเล็กน้อยก่อนว่า ในยุคแรกเริ่มที่คอมพิวเตอร์มีขนาดมหึมา มีขนาดเล็กลงจนมาตั้งอยู่ภายในบ้านได้นั้น ถือเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ทำให้ทิศทางของเศรษฐกิจโลกก้าวกระโดดขึ้น พอมาถึงวันที่เทคโนโลยีจอภาพ และ พลังงานมาถึงอีกจุดหนึ่ง คอมพิวเตอร์พกพาจึงถือกำเนิดขึ้น และทำให้ธุรกิจขยายวงกว้างออกไปอีก และทุกวันนี้เมื่อเทคโนโลยีด้านการประมวลผล พลังงาน การจัดเก็บข้อมูล และการแสดงผลมาถึงอีกจุดหนึ่งมือก็มาถึงยุคใหม่อีกยุคนึงสำหรับโลกเทคโนโลยี

» ใช่แล้วครับ &#8220;อุปกรณ์พกพา&#8221; นั่นเองมันเคยมาอยู่ในรูปของโทรศัพท์พกพา หรือ &#8220;มือถือ&#8221; มันเคยมาในรูปของเครื่องเล่นดนตรี หรือ &#8220;เครื่องเล่น mp3&#8243; มันเคยอยู่ในรูปของเครื่องวัดตำแหน่ง &#8220;GPS&#8221; มันเคยอยู่ในรูปของคอมพิวเตอร์พกพา &#8220;โน๊ตบุ๊ค&#8221; และเมื่อวิธีการป้อน input แบบหน้าจอสัมผัสมาถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ที่เคยรวมตัวกันอย่างหลวมๆ ก็ถูกผนวกรวมกันเป็น &#8220;อุปกรณ์พกพา&#8221; ที่ว่านี้

» ทำไมผมถึงเรียกมันว่า &#8220;อุปกรณ์พกพา&#8221;? ทำไมผมไม่เรียกมันว่า &#8220;โทรศัพท์มือถือ&#8221; หรือ &#8220;Smart Phone&#8221; เพราะสิ่งที่ผมต้องการหมายถึงนี้ไม่ใช่อุปกรณ์เฉพาะอย่างเท่านั้น แต่นอกเหนือจาก  &#8221;Smart Phone&#8221; แล้ว &#8220;Tablet&#8221; ผมก็นับเป็น &#8220;อุปกรณ์พกพา&#8221; นี้เช่นกัน เจ้าอุปกรณ์พกพานี้มีความเป็น <a href="http://beta.mrkrich.com/2011/02/technology-for-tomorrow/" class="more-link">More &#62;</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>» บทความนี้ผมคิดและเขียนขึ้นหลังจากอ่านข่าวเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้ว มันทำให้ผมได้คิด และผมเชื่อว่าหลายๆคนน่าจะรู้สึกและสัมผัสได้มาสักพักใหญ่ๆแล้ว เกี่ยวกับทิศทางของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นและกำลังจะเป็นไปในอนาคตของคอมพิวเตอร์ ว่ามันใกล้จะถึงยุคที่คอมพิวเตอร์กำลังจะกลับไปอยู่เฉพาะคนบางกลุ่มอีกครั้ง และจะมีอุปกรณ์อีกประเภทที่เข้าใกล้ชีวิตผู้คนได้มากกว่าที่คอมพิวเตอร์เคยเป็น</p>
<p><span id="more-326"></span></p>
<p class="divider">
<p>» ขอเกริ่นสักเล็กน้อยก่อนว่า ในยุคแรกเริ่มที่คอมพิวเตอร์มีขนาดมหึมา มีขนาดเล็กลงจนมาตั้งอยู่ภายในบ้านได้นั้น ถือเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ทำให้ทิศทางของเศรษฐกิจโลกก้าวกระโดดขึ้น พอมาถึงวันที่เทคโนโลยีจอภาพ และ พลังงานมาถึงอีกจุดหนึ่ง คอมพิวเตอร์พกพาจึงถือกำเนิดขึ้น และทำให้ธุรกิจขยายวงกว้างออกไปอีก และทุกวันนี้เมื่อเทคโนโลยีด้านการประมวลผล พลังงาน การจัดเก็บข้อมูล และการแสดงผลมาถึงอีกจุดหนึ่งมือก็มาถึงยุคใหม่อีกยุคนึงสำหรับโลกเทคโนโลยี</p>
<p class="divider">
<p>» ใช่แล้วครับ &#8220;อุปกรณ์พกพา&#8221; นั่นเองมันเคยมาอยู่ในรูปของโทรศัพท์พกพา หรือ &#8220;มือถือ&#8221; มันเคยมาในรูปของเครื่องเล่นดนตรี หรือ &#8220;เครื่องเล่น mp3&#8243; มันเคยอยู่ในรูปของเครื่องวัดตำแหน่ง &#8220;GPS&#8221; มันเคยอยู่ในรูปของคอมพิวเตอร์พกพา &#8220;โน๊ตบุ๊ค&#8221; และเมื่อวิธีการป้อน input แบบหน้าจอสัมผัสมาถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ที่เคยรวมตัวกันอย่างหลวมๆ ก็ถูกผนวกรวมกันเป็น &#8220;อุปกรณ์พกพา&#8221; ที่ว่านี้</p>
<p class="divider">
<p>» ทำไมผมถึงเรียกมันว่า &#8220;อุปกรณ์พกพา&#8221;? ทำไมผมไม่เรียกมันว่า &#8220;โทรศัพท์มือถือ&#8221; หรือ &#8220;Smart Phone&#8221; เพราะสิ่งที่ผมต้องการหมายถึงนี้ไม่ใช่อุปกรณ์เฉพาะอย่างเท่านั้น แต่นอกเหนือจาก  &#8221;Smart Phone&#8221; แล้ว &#8220;Tablet&#8221; ผมก็นับเป็น &#8220;อุปกรณ์พกพา&#8221; นี้เช่นกัน เจ้าอุปกรณ์พกพานี้มีความเป็น &#8220;คอมพิวเตอร์&#8221; มีความเป็น &#8220;อุปกรณ์สื่อสาร&#8221; และที่สำคัญมันเป็น &#8220;อุปกรณ์พกพา&#8221; ที่มีรูปแบบของการป้อนข้อมูลคำสั่งได้หลากหลาย และทิศทางของมันก็เข้าถึงผู้คนได้มากกว่าที่คอมพิวเตอร์เคยทำได้เสียอีก</p>
<p class="divider">
<p>» ด้วยรูปแบบการป้อนข้อมูลที่ &#8220;ง่ายกว่า&#8221; ขนาดที่ &#8220;กระทัดรัดกว่า&#8221; เข้าถึง &#8220;วิถีชีวิต&#8221; กว่า และมันไม่ดูเกินความจำเป็นอย่างที่คอมพิวเตอร์เป็น ลองนึกภาพนะครับว่า sale คนนึงนัดลูกค้าใช้โทรศัพท์ ทำรายการสินค้าสำหรับเสนอลูกค้าแต่ละราย ทำรายการสรุปยอดขาย ค้นหาข้อมูลคู่แข่ง ได้เท่าๆกับที่คอมพิวเตอร์ทำได้ เทคโนโลยีการพิมพ์ผ่าน could printing การจัดเก็บข้อมูลออนไลน์ด้วย could storage ทำให้ความจำเป็นในการใช้งานคอมพิวเตอร์ลดลงขนาดไหน? หรือมองในแง่มุมนักเรียนนักศึกษา หากไม่ได้เรียนในวิชาเฉพาะทางมากๆแล้ว อุปกรณ์เหล่านี้สามารถทดแทนการใช้งานคอมพิวเตอร์ได้แทบทั้งหมด</p>
<p class="divider">
<p>» แต่ใช่ว่าเจ้า &#8220;อุปกรณ์พกพา&#8221; นี้จะดีกว่าคอมพิวเตอร์ไปเสียทุกแง่ มันยังด้อยกว่าคอมพิวเตอร์ในเรื่องของ &#8220;ขนาดการแสดงผล&#8221; &#8220;ระยะเวลาการใช้งาน&#8221; &#8220;การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วง&#8221; &#8220;เนื้อที่การจัดเก็บข้อมูลออฟไลน์&#8221; และ &#8220;ความเร็วในการประมวลผล&#8221; ซึ่งทุกวันนี้ &#8220;อุปกรณ์พกพา&#8221; ยังไม่สามารถเข้ามาแทนที่คอมพิวเตอร์ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็กำลังคืบคลานเข้ามาอยู่เรื่อยๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://beta.mrkrich.com/2011/02/technology-for-tomorrow/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Windows Space</title>
		<link>http://beta.mrkrich.com/2010/03/windows-space/</link>
		<comments>http://beta.mrkrich.com/2010/03/windows-space/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Mar 2010 03:32:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mrKrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Computer and internet]]></category>
		<category><![CDATA[driver]]></category>
		<category><![CDATA[hdd space]]></category>
		<category><![CDATA[installer]]></category>
		<category><![CDATA[temp]]></category>
		<category><![CDATA[windows]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beta.mrkrich.com/?p=238</guid>
		<description><![CDATA[
หลังจากนั่งจ้องมองเนื้อที่อันน้อยนิดของไดร์ฟ C แล้วก็มาพิจารณาต่อไปว่าอะไรทำให้เนื้อที่ที่ไม่น้อยราว 100GB นี้เต็มได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว หลังจากที่ลงเครื่องใหม่ยังไม่ทันถึงครึ่งปีเท่านั้น ก็ได้ข้อสรุปมาข้อนึง นั่นคือถึงแม้ว่าเราจะลงเครื่องใหม่ก็ตาม แต่รูปแบบการลงโปรแกรม โปรแกรมที่เราใช้ยังคงเหมือนเดิม แถมยังมีการนำไฟล์จากเครื่องเดิมมาไว้ในเครื่องนี้ด้วยอีกต่างหาก ในเมื่อใช้แบบเดิม ก็ย่อมต้องมีขยะแบบเดิมเกิดขึ้นมา แต่เพียงเท่านั้นก็ยังไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง เพราะของที่คัดลอกมาจากเดิม ย่อมต้องไม่มากเท่ากับที่เครื่องคอมพิวเตอร์ตัวดีของเราใช้


เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เลยต้องออกตามหาว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้อยู่นี้โฟล์เดอร์ไหนบ้างที่มีขนาดใหญ่โตจนผิดปกติ โดยทั่วไปแล้วหลังจากลงเครื่องใหม่ และติดตั้งโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว Windows, Program files และ Users (Documents and Settings) จะมีขนาดใหญ่อยู่ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อใช้ไปได้ในระดับหนึ่งจะเป็นว่าขนาดของโฟล์เดอร์เหล่านี้เปลี่ยนไปอย่างมาก


Users (Documents and Settings) อันนี้ต้องเยอะขึ้นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานด้วยอยู่เหมือนกัน แต่ folder ที่ควรจับตามองเป็นพิเศษคือ

Internet Temporary files ซึ่งจะบวมเป็นพิเศษจากการใช้เป็นถังเก็บขยะเหลือจากการเปิดหน้าเว็บ
Temp เวลาที่เราเรียกใช้โปรแกรมต่างๆ หรือ ติดตั้งโปรแกรมใหม่ ถังใบนี้จะขยายขึ้น เพราะเป็นถังเก็บขยะอีกเหมือนกัน ซึ่งบางครั้งอาจบวมมากหลาย GB เลยทีเดียว


Program files อันนี้เป็นปกติตามจำนวนและขนาดของโปรแกรมที่ลง ส่วนใหญ่จะลดขนาดของโฟล์เดอร์นี้ไม่ค่อยได้ แต่วิธีการหนึ่งที่ดีใช้ได้เลยก็คือ การลบโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งานแล้วออกไปจากระบบเสียเลย
Windows อันนี้เดิมทีก็มีขนาดใหญ่อยู่แล้ว แต่เมื่อใช้ไปๆขนาดก็จะขยายใหญ่ขึ้นจนน่ากลัว <a href="http://beta.mrkrich.com/2010/03/windows-space/" class="more-link">More &#62;</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-245   aligncenter" title="disk-full" src="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/disk-full.png" alt="" width="322" height="159" /></p>
<p>หลังจากนั่งจ้องมองเนื้อที่อันน้อยนิดของไดร์ฟ C แล้วก็มาพิจารณาต่อไปว่าอะไรทำให้เนื้อที่ที่ไม่น้อยราว 100GB นี้เต็มได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว หลังจากที่ลงเครื่องใหม่ยังไม่ทันถึงครึ่งปีเท่านั้น ก็ได้ข้อสรุปมาข้อนึง นั่นคือถึงแม้ว่าเราจะลงเครื่องใหม่ก็ตาม แต่รูปแบบการลงโปรแกรม โปรแกรมที่เราใช้ยังคงเหมือนเดิม แถมยังมีการนำไฟล์จากเครื่องเดิมมาไว้ในเครื่องนี้ด้วยอีกต่างหาก ในเมื่อใช้แบบเดิม ก็ย่อมต้องมีขยะแบบเดิมเกิดขึ้นมา แต่เพียงเท่านั้นก็ยังไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง เพราะของที่คัดลอกมาจากเดิม ย่อมต้องไม่มากเท่ากับที่เครื่องคอมพิวเตอร์ตัวดีของเราใช้</p>
<p><span id="more-238"></span></p>
<p><a href="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/diskusage.png"><img class="aligncenter size-medium wp-image-252" title="diskusage" src="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/diskusage-300x233.png" alt="" width="300" height="233" /></a></p>
<p>เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เลยต้องออกตามหาว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้อยู่นี้โฟล์เดอร์ไหนบ้างที่มีขนาดใหญ่โตจนผิดปกติ โดยทั่วไปแล้วหลังจากลงเครื่องใหม่ และติดตั้งโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว Windows, Program files และ Users (Documents and Settings) จะมีขนาดใหญ่อยู่ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อใช้ไปได้ในระดับหนึ่งจะเป็นว่าขนาดของโฟล์เดอร์เหล่านี้เปลี่ยนไปอย่างมาก</p>
<div id="_mcePaste">
<ul>
<li>Users (Documents and Settings) อันนี้ต้องเยอะขึ้นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานด้วยอยู่เหมือนกัน แต่ folder ที่ควรจับตามองเป็นพิเศษคือ
<ul>
<li>Internet Temporary files ซึ่งจะบวมเป็นพิเศษจากการใช้เป็นถังเก็บขยะเหลือจากการเปิดหน้าเว็บ</li>
<li>Temp เวลาที่เราเรียกใช้โปรแกรมต่างๆ หรือ ติดตั้งโปรแกรมใหม่ ถังใบนี้จะขยายขึ้น เพราะเป็นถังเก็บขยะอีกเหมือนกัน ซึ่งบางครั้งอาจบวมมากหลาย GB เลยทีเดียว</li>
</ul>
</li>
<li>Program files อันนี้เป็นปกติตามจำนวนและขนาดของโปรแกรมที่ลง ส่วนใหญ่จะลดขนาดของโฟล์เดอร์นี้ไม่ค่อยได้ แต่วิธีการหนึ่งที่ดีใช้ได้เลยก็คือ การลบโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งานแล้วออกไปจากระบบเสียเลย</li>
<li>Windows อันนี้เดิมทีก็มีขนาดใหญ่อยู่แล้ว แต่เมื่อใช้ไปๆขนาดก็จะขยายใหญ่ขึ้นจนน่ากลัว เพราะมันเก็บทั้ง
<ul>
<li>ตัว setup และ backup ของ patch/hotfix ต่างๆเอาไว้มากมายเต็มไปหมด ซึ่งการลบส่วนนี้จำเป็นต้องมีความรู้พอสมควร หรือต้องใช้โปรแกรมอื่นช่วย</li>
<li>Driver ของอุปกรณ์ต่างๆที่เคยใช้ หรือมันคาดว่าเราจะได้ใช้เอาไว้ ซึ่งยิ่งเราใช้ไปๆก็จะยิ่งบวมขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันจะเก็บของเวอร์ชั่นเก่าๆไว้ด้วยในระดับหนึ่ง</li>
<li>ขยะที่เกิดจาก โปรแกรมและอัพเดท และสุดท้าย</li>
<li>Installer โดยเฉพาะตระกูล Window Installer เนื่องจากต้องสามารถเปลี่ยนแปลงการติดตั้งโปรแกรมได้ตลอด (สังเกตุได้จากการที่มีปุ่ม Change ใน Add/Remove Programs หรือ Program and Features) นั่นหมายความว่ามันจะทำการเก็บไฟล์ setup ของโปรแกรมนั้นเอาไว้นอกเหนือจากไฟล์ที่ติดตั้งใน Program Files อีกหนึ่งชุดด้วย</li>
</ul>
</li>
</ul>
</div>
<div id="_mcePaste">จนแล้วจนรอดก็ยังสรุปไม่ได้อยู่ดีว่า เครื่องใช้ไปแล้วจะคุ้มค่ากับที่ต้องเสียเวลา Backup/restore, ติดตั้งโปรแกรมที่ใช้งานใหม่อีกรอบ หรือเปล่า</div>
<p>อ้อ .. แล้วยังมีอีกนิดหน่อย คือ</p>
<ul>
<li>Pagefiles อันนี้เป็นไฟล์ๆเดียว ที่กินขนาด 1-2 เท่าของ Memory หลักของระบบ ซึ่งจะเอาออกก็ไม่ได้เพราะบางโปรแกรมก็เรียกใช้ จะปรับให้เล็กๆก็ไม่ดี ไม่ค่อยเหมาะเพราะมันไม่คุ้ม</li>
<li>Hibernate เนื่องจากว่า hibernate มันจะจองหน่วยความจำเท่ากับ Memory ในเครื่องเอาไว้ตลอดเวลา ทำให้สิ้นเปลืองมาก อันนี้มีวิธีดีๆแนะนำ นั่นคือเมื่อจะ hibernate จึงค่อย enable ความสามารถนี้ขึ้นมา ซึ่งบน vista สั่งได้โดย powercfg /hibernate on|off (อันนี้ช่วยได้ประมาณนึงเลยนะ)</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://beta.mrkrich.com/2010/03/windows-space/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาการค้างอย่างไม่ลืมหูลืมตาของ Excel 2007 บน Vista/Always crashed of Excel 2007 of Vista</title>
		<link>http://beta.mrkrich.com/2010/03/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b9/</link>
		<comments>http://beta.mrkrich.com/2010/03/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b9/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 15:24:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mrKrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Computer and internet]]></category>
		<category><![CDATA[bluetooth]]></category>
		<category><![CDATA[crash]]></category>
		<category><![CDATA[excel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beta.mrkrich.com/?p=223</guid>
		<description><![CDATA[เป็นปัญหากับผมมานานแล้ว แต่เนื่องจากไม่ค่อยได้ใช้ก็เลยไม่ได้สนใจจะแก้ปัญหาอะไร บังเอิ๊ญ ช่วงนี้มีความจำเป็นจะต้องใช้ ก็เลยต้องไปขวนขวายหาวิธีแก้ไขอาการที่ว่านี้กันเสียที

อาการที่เป็นอยู่ก็คือ เมื่อเปิด MS Excel 2007 ขึ้นมาใช้ทีไร ก็เกิดอาการค้าง crash แล้วก็น๊อคไปเสียทุกครั้งไป และก็อย่างที่ว่าไว้ก่อนหน้านี้ ก็เพราะไม่ค่อยได้ใช้ก็เลยไม่ได้สนใจอะไรกับมัน จนแล้วจนรอดก็หนีมันไม่ได้ วันนี้ก็เลยลองค้นๆหาๆ ดูในเน็ตก็เลยได้เจอวิธีการโดยบังเอิญ
อาการที่ว่านี้เริ่มเป็นเมือ่ไหร่ก็ไม่รู้ แต่พอไปค้นในเน็ตก็ถึงบางอ้อ .. ว่ามันเป็นมาตั้งแต่เริ่มใช้ vista เลยทีเดียว แต่ปัญหาเกิดจาก Vista รึ .. ก็ไม่ เป็นที่ Excel รึ ก็ไม่ใช่ .. สรุปแล้วปัญหามันอยู่ที่ Add-in ตัวนึง ซึ่งเผื่อไว้ให้เราใช้ส่ง Excel ไฟล์นี้ไปทาง Bluetooth แต่เมื่อไม่ได้เปิด Device ให้มันใช้งานได้ มันก็เลยพลอยทำให้ Excel ค้างไปด้วย &#8230;
ส่วนวิธีการแก้ไขนั้นก็ไม่ยาก ก็แค่ปิดมันเท่านั้นเอง ก็ใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหาแล้วล่ะครับ ทำตามขั้นตอนนี้กันได้เลย


เข้า Excel Options โดยกดที่ปุ่ม Logo ด้านบนซ้ายครับ <a href="http://beta.mrkrich.com/2010/03/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b9/" class="more-link">More &#62;</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นปัญหากับผมมานานแล้ว แต่เนื่องจากไม่ค่อยได้ใช้ก็เลยไม่ได้สนใจจะแก้ปัญหาอะไร บังเอิ๊ญ ช่วงนี้มีความจำเป็นจะต้องใช้ ก็เลยต้องไปขวนขวายหาวิธีแก้ไขอาการที่ว่านี้กันเสียที</p>
<p><a href="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/crashed.png"><img class="aligncenter size-full wp-image-224" title="crashed" src="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/crashed.png" alt="" width="532" height="299" /></a></p>
<p>อาการที่เป็นอยู่ก็คือ เมื่อเปิด MS Excel 2007 ขึ้นมาใช้ทีไร ก็เกิดอาการค้าง crash แล้วก็น๊อคไปเสียทุกครั้งไป และก็อย่างที่ว่าไว้ก่อนหน้านี้ ก็เพราะไม่ค่อยได้ใช้ก็เลยไม่ได้สนใจอะไรกับมัน จนแล้วจนรอดก็หนีมันไม่ได้ วันนี้ก็เลยลองค้นๆหาๆ ดูในเน็ตก็เลยได้เจอวิธีการโดยบังเอิญ</p>
<p>อาการที่ว่านี้เริ่มเป็นเมือ่ไหร่ก็ไม่รู้ แต่พอไปค้นในเน็ตก็ถึงบางอ้อ .. ว่ามันเป็นมาตั้งแต่เริ่มใช้ vista เลยทีเดียว แต่ปัญหาเกิดจาก Vista รึ .. ก็ไม่ เป็นที่ Excel รึ ก็ไม่ใช่ .. สรุปแล้วปัญหามันอยู่ที่ Add-in ตัวนึง ซึ่งเผื่อไว้ให้เราใช้ส่ง Excel ไฟล์นี้ไปทาง Bluetooth แต่เมื่อไม่ได้เปิด Device ให้มันใช้งานได้ มันก็เลยพลอยทำให้ Excel ค้างไปด้วย &#8230;</p>
<p>ส่วนวิธีการแก้ไขนั้นก็ไม่ยาก ก็แค่ปิดมันเท่านั้นเอง ก็ใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหาแล้วล่ะครับ ทำตามขั้นตอนนี้กันได้เลย</p>
<p><span id="more-223"></span></p>
<ul>
<li>เข้า Excel Options โดยกดที่ปุ่ม Logo ด้านบนซ้ายครับ แล้วจะปรากฏเมนู Excel Options ขึ้นมา</li>
</ul>
<p><a href="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/options.png"><img class="aligncenter size-medium wp-image-225" title="options" src="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/options-248x300.png" alt="" width="248" height="300" /></a></p>
<ul>
<li>ให้เข้าไปในส่วนที่เป็น Add-ins เลยครับ แล้วก็จะโผล่รายการ Add-in ขึ้นมาเป็นกะบิเลยทีเดียว</li>
<li>เลื่อนสายตามาดูที่ข้างล่างครับ เปลี่ยนจาก Excel Add-ins ให้กลายเป็น COM Add-in ครับ แล้วกดปุ่ม GO ข้างท้ายเลย</li>
</ul>
<p><a href="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/add-ins.png"><img class="aligncenter size-medium wp-image-226" title="add-ins" src="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/add-ins-300x244.png" alt="" width="300" height="244" /></a></p>
<ul>
<li>ณ จุดนี้ เอาอะไรที่เป็น Bluetooth ออกให้หมดเลยครับ แล้วกด OK เป็นอันเรียบร้อย</li>
</ul>
<p><a href="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/com-add-in.png"><img class="aligncenter size-full wp-image-227" title="com-add-in" src="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/com-add-in.png" alt="" width="621" height="256" /></a></p>
<p>ขั้นตอนง่ายๆ แค่นี้เองครับ อาการ Crash ของ Excel ก็หมดไปแล้วว แต่ถ้าสาเหตุอื่นก็ต้องลองดูกันเองนะครับ &#8230;</p>
<p>ที่มา <a href="http://forums.techguy.org/business-applications/716089-excel-2007-crashes-all-time.html">http://forums.techguy.org/business-applications/716089-excel-2007-crashes-all-time.html</a></p>
<hr />I found this problem long time ago. I ignore it because I didn&#8217;t usually use it. so,  last week  i must use it for my work and i found too many number of error and crashed!!! then i googled  and found the way to apply this.</p>
<p><a href="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/crashed.png"><img class="aligncenter size-full wp-image-224" title="crashed" src="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/crashed.png" alt="" width="532" height="299" /></a></p>
<p>Its explain why it crashed! it&#8217;s not because of Vista. and also it&#8217;s not excel false! so it just a little add-in crashed!!! it&#8217;s Bluetooth add-in, it try to connect the disabled device then crash!</p>
<p>This is the easy way to solved this problem.</p>
<ul>
<li>first open excel and access excel options by click Excel logo on the top left of the windows and click &#8220;Excel Options&#8221; at the bottom right of the dialog</li>
</ul>
<p><a href="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/options.png"><img class="aligncenter size-medium wp-image-225" title="options" src="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/options-248x300.png" alt="" width="248" height="300" /></a></p>
<ul>
<li>change to &#8220;Add-ins&#8221; tab at the right</li>
<li>change Manage selection to &#8220;COM Add-in&#8221; and click &#8220;Go&#8221; button</li>
</ul>
<p><a href="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/add-ins.png"><img class="aligncenter size-medium wp-image-226" title="add-ins" src="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/add-ins-300x244.png" alt="" width="300" height="244" /></a></p>
<ul>
<li>the uncheck all Bluetooth related and click &#8220;OK&#8221;</li>
</ul>
<p><a href="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/com-add-in.png"><img class="aligncenter size-full wp-image-227" title="com-add-in" src="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/03/com-add-in.png" alt="" width="621" height="256" /></a></p>
<ul>
<li>Finished!</li>
</ul>
<p>Easy right? Then you will not annoy with this issue again.. <img src='http://beta.mrkrich.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>from <a href="http://forums.techguy.org/business-applications/716089-excel-2007-crashes-all-time.html">http://forums.techguy.org/business-applications/716089-excel-2007-crashes-all-time.html</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://beta.mrkrich.com/2010/03/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุขภาพกับการกิน เรื่อง การดื่มน้ำ</title>
		<link>http://beta.mrkrich.com/2010/01/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://beta.mrkrich.com/2010/01/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 Jan 2010 16:29:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mrKrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[Reading]]></category>
		<category><![CDATA[book]]></category>
		<category><![CDATA[drink]]></category>
		<category><![CDATA[meal]]></category>
		<category><![CDATA[water]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beta.mrkrich.com/?p=208</guid>
		<description><![CDATA[พอดีได้ไปอ่านหนังสือ &#8220;ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น&#8221; เขียนโดย &#8220;หมอแดง ดิ อโรคยาฯ&#8221; ที่น้องเพชรให้เป็นของขวัญวันเกิดพี่ป๋วยเข้า ก็เลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีเกี่ยวกับสุขภาพ ก็เลยอยากจะเอามาให้ได้อ่านกัน

การดื่มน้ำ
คนเราปกติแล้วมีความต้องการน้ำในแต่ละวันของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับขนาดตัว โดยสามารถคำนวณคร่าวๆได้โดย เอาน้ำหนักตัว x 33 หน่วยที่ได้คือ ซีซี .. เช่นน้ำหนัก 60 กิโลกรัม คูณด้วย 33 นั่นคือมีความต้องการน้ำประมาณ 2 ลิตร โดยเฉลี่ยแล้วน้ำหนึ่งแก้วคือประมาณ 200 ซีซี เท่ากับว่าในหนึ่งวันของคนที่หนัก 60 กิโลกรัม ควรดื่มน้ำ 10 แก้ว
การดื่มน้ำไม่ควรอึ๊กๆ ให้หมดแก้วในรวดเดียว เพราะในหลอดอาหารของเรามีเมือกที่ใช้รักษาความชื้นอยู่ เมื่อเราดื่มน้ำเข้าไปทีเดียวมากๆ ก็จะไปชะเอาเมือกเหล่านี้ออก ทำให้หลอดอาหารสูญเสียความชื้น กลายเป็นว่าร่างกายยิ่งสูญเสียน้ำมากขึ้นไปอีก
ในระหว่างการรับประทานอาหาร ไม่ควรดื่มน้ำมากเกินไป โดยปกติน้ำย่อยของเรามีสภาพเป็นกรด เมื่อดื่มน้ำหรือของเหลวเข้าไปมากๆ ก็จะเข้าไปทำให้น้ำย่อยเจือจาง ร่างกายจะต้องรับภาระในการสร้างน้ำย่อยเพิ่มเติมขึ้นมาอีก และเมื่อระบบย่อยอาหารทำงานไม่ได้ ย่อยไม่ทัน ก็จะเกิดการหมักหมม และเน่าเสีย เกิดของเสียอยู่ในร่างกาย และถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ร่างกายมีของเสียเพิ่มขึ้น ไตก็ทำงานหนักขึ้นในการคัดกรองของเสียออกมา
น้ำเย็น เป็นของต้องห้าม เพราะร่างกายจะดูดซึมน้ำไปใช้งานได้ <a href="http://beta.mrkrich.com/2010/01/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%81/" class="more-link">More &#62;</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span>พอดีได้ไปอ่านหนังสือ &#8220;ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น&#8221; เขียนโดย &#8220;หมอแดง ดิ อโรคยาฯ&#8221; ที่น้องเพชรให้เป็นของขวัญวั</span><span>นเกิดพี่ป๋วยเข้า ก็เลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องดี</span><span>เกี่ยวกับสุขภาพ ก็เลยอยากจะเอามาให้ได้อ่าน</span>กัน</p>
<p><span id="more-208"></span></p>
<p><strong>การดื่มน้ำ</strong></p>
<li style="padding-left: 30px;"><span>คนเราปกติแล้วมีความต้องการ</span><span>น้ำในแต่ละวันของแต่ละคนไม่</span><span>เท่ากัน ขึ้นอยู่กับขนาดตัว โดยสามารถคำนวณคร่าวๆได้โดย</span> <span style="text-decoration: underline;">เอาน้ำหนักตัว x 33</span><span> หน่วยที่ได้คือ ซีซี .. เช่นน้ำหนัก 60 กิโลกรัม คูณด้วย 33 นั่นคือมีความต้องการน้ำประ</span><span>มาณ 2 ลิตร โดยเฉลี่ยแล้วน้ำหนึ่งแก้วคื</span><span>อประมาณ 200 ซีซี เท่ากับว่าในหนึ่งวันของคนที่</span>หนัก 60 กิโลกรัม ควรดื่มน้ำ 10 แก้ว</li>
<li style="padding-left: 30px;"><span>การดื่มน้ำไม่ควรอึ๊กๆ ให้หมดแก้วในรวดเดียว เพราะในหลอดอาหารของเรามีเมื</span><span>อกที่ใช้รักษาความชื้นอยู่</span><span> เมื่อเราดื่มน้ำเข้าไปทีเดี</span><span>ยวมากๆ ก็จะไปชะเอาเมือกเหล่านี้ออ</span><span>ก ทำให้หลอดอาหารสูญเสียความชื้</span><span>น กลายเป็นว่าร่างกายยิ่งสูญเ</span>สียน้ำมากขึ้นไปอีก</li>
<li style="padding-left: 30px;"><span>ในระหว่างการรับประทานอาหาร</span><span> ไม่ควรดื่มน้ำมากเกินไป โดยปกติน้ำย่อยของเรามีสภาพ</span><span>เป็นกรด เมื่อดื่มน้ำหรือของเหลวเข้</span><span>าไปมากๆ ก็จะเข้าไปทำให้น้ำย่อยเจือ</span><span>จาง ร่างกายจะต้องรับภาระในการส</span><span>ร้างน้ำย่อยเพิ่มเติมขึ้นมา</span><span>อีก และเมื่อระบบย่อยอาหารทำงาน</span><span>ไม่ได้ ย่อยไม่ทัน ก็จะเกิดการหมักหมม และเน่าเสีย เกิดของเสียอยู่ในร่างกาย และถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลื</span><span>อด ทำให้ร่างกายมีของเสียเพิ่ม</span><span>ขึ้น ไตก็ทำงานหนักขึ้นในการคัดก</span>รองของเสียออกมา</li>
<li style="padding-left: 30px;"><span>น้ำเย็น เป็นของต้องห้าม เพราะร่างกายจะดูดซึมน้ำไปใ</span><span>ช้งานได้ ก็ต่อเมื่อน้ำอยู่ในอุณหภูมิ</span><span>ที่เหมาะสม การที่ดื่มน้ำที่เย็นเกินไป</span><span> ทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อ</span><span>นที่จะทำให้อุณหภูมิของน้ำเ</span><span>หมาะสมต่อการดูดซึม ซึ่งยิ่งทำให้ร่างกายขาดน้ำ</span><span>มากยิ่งขึ้นไปอีก และจะร้ายแรงมากหากดื่มในช่</span>วงเวลารับประทานอาหาร</li>
<li style="padding-left: 30px;"><span>น้ำหวาน น้ำอัดลม ในกระแสเลือดของเราหากมีน้ำ</span><span>ตาลอยู่มากเกินไป จะทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้</span><span>น้อยลง หรือทำงานผิดปกติ ในขณะที่ร่างกายก็จะพยายามแ</span><span>ปลงน้ำตาลให้อยู่ในรูปของไข</span><span>มันแล้วไปเก็บอยู่ในส่วนต่า</span><span>งๆของร่างกาย ซึ่งให้พลังงานมากเมื่อน้ำต</span><span>าลถูกเปลี่ยนเป็นไขมัน ก็ยิ่งทำให้รู้สึกเหนื่อยแล</span><span>ะโหยอยากกินของหวานๆมากยิ่ง</span>ขึ้นไปอีก เกิดเป็นวงจรอุบากศ์ขึ้น</li>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-215" title="IMG_4237_1" src="http://beta.mrkrich.com/wp-content/uploads/2010/01/IMG_4237_1.jpg" alt="IMG_4237_1" width="480" height="320" /></p>
<p><strong>การดื่มน้ำที่ถูกสุขลักษณะ</strong></p>
<li style="padding-left: 30px;"><strong>ดื่มน้ำตอนเช้าประมาณ 2-5 แก้ว </strong><br />
<span>โดยธรรมชาติร่างกายของเราต้</span><span>องการการพักผ่อนที่เพียงพอ ราวๆ 6-8 ชั่วโมง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวร่าง</span><span>กายของเราใช้น้ำในการขนถ่าย</span><span>ออกซิเจนและสารอาหารต่างๆเพ</span><span>ื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของ</span><span>ร่างกาย ในขณะเดียวกันก็ใช้น้ำในการ</span><span>ขับถ่ายของเสียด้วย ดังนั้นเราจึงควรดื่มน้ำในป</span><span>ริมาณมากเมื่อตื่นนอน แต่อย่าลืมนะครับว่าให้ค่อย</span>ๆดื่ม</li>
<li style="padding-left: 30px;"><strong>การดื่มน้ำในมื้ออาหาร</strong><br />
<span>ในช่วงก่อนมื้ออาหาร 15 นาที ไปจน 45 นาที หลังมื้ออาหาร ไม่ควรดื่มหรือกินของเหลวมา</span><span>กในช่วงนี้ ปริมาณที่ไม่ควรเกินคือประม</span><span>าณครึ่งแล้ว (100 ซีซี) นั่นรวมถึง น้ำดื่ม น้ำแกง และน้ำที่ได้จากผลไม้ด้วย ส่วนเหตุผลก็เป็นอย่างที่ว่</span>ามาข้างบนครับ</li>
<li style="padding-left: 30px;"><strong>การดื่มน้ำในระหว่างวัน</strong><br />
<span>ในระหว่างวัน ที่ไม่ได้เป็นช่วงมื้ออาหาร</span><span> ควรดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ และไม่ควรดื่มครั้งละเยอะๆเ</span>กินไป ควรจิบไปเรื่อยๆ</li>
<p><span>จริงๆแล้วอาจจะมีเกร็ดเล็กน้</span><span>อยอย่างอื่นอีกที่ผ่านตาไป</span><span>ครับ แต่หากทำได้เท่านี้ ก็จะช่วยลดอาการท้องอืดจากอ</span><span>าหารไม่ย่อย ลดอาการท้องผูกจากการดื่มน้ำ</span>ไม่เพียงพอไปได้ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://beta.mrkrich.com/2010/01/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุบายระงับความง่วง</title>
		<link>http://beta.mrkrich.com/2009/11/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://beta.mrkrich.com/2009/11/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Nov 2009 05:51:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mrKrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[ง่วง]]></category>
		<category><![CDATA[พระพุทธเจ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พระโมคคัลลานะ]]></category>
		<category><![CDATA[อุบาย]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ง่วง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beta.mrkrich.com/?p=66</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้เวลางานชอบง่วงนอนอยู่บ่อยๆ วันนี้ก็เลยค้นในเน็ตดูเพราะจำได้ว่าสมัยบวชพระอาจารย์มหาเคยเล่าเรื่อง วิธีแก้ง่วงของพระพุทธเจ้าอยู่ ก็เลยลองค้นในเน็ตดู ก็ได้เจอหลายๆเว็บที่นำเรื่องอุบายแก้ง่วงของพระพุทธเจ้าที่ทรงถวายแก่พระมหาโมคคัลลานะ บางเว็บก็ถอดความมา บางเว็บก็ตีความออกมาให้เหมาะแก่ยุคสมัย แต่อ่านแล้วก็รู้สึกแปลกๆอยู่ดี ก็เลยจะลองเรียบเรียงดูบ้าง ซึ่งวิธีการหรือขั้นตอนต่างๆก็ยังคงเหมือนเดิม จะเปลี่ยนไปก็เพียงแต่ศัพท์หลายๆคำ และเพิ่มเติมในคำอธิบายดูครับ

เรื่องก็มีอยู่ว่าในสมัยพุทธกาล เมื่อพระมหาโมคคัลลนาะ บวชได้ 7 วันก็ได้บำเพ็ญเพียรจนดึก และถูกความง่วงเข้าครอบงำจนไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้อย่างที่ตั้งใจ พระพุทธเจ้าซึ่งขณะนั้นอยู่ที่อีกเมืองหนึ่ง เมื่อได้ทราบจากญาณหยั่งรู้ ท่านจึงได้ทรงแสดงปาฏิหาริย์ โดยการแสดงตนต่อหน้าพระมหาโมคคัลลานะ และได้มอบอุบายในการบรรเทาความง่วงให้ ซึ่งหลังจากนั้น พระมหาโมคคัลลานะก็สำเร็จเป็นอรหันต์ในเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน ซึ่งอุบายนั้นมีด้วยกัน 8 ประการคือ


&#8220;พิจารณาสาเหตุที่ทำให้ง่วง&#8221; คือให้พิจารณาถึงปัจจุบันขณะ ไม่ให้จิตใจอยู่ว่างเปล่าโดยไม่ได้ทำอะไรเลย เมื่อมีสติอยู่กับปัจจุบัน ความง่วงก็จะบรรเทาลงได้
&#8220;นึกถึงคำสอนหรือเรื่องราวในอดีต&#8221; คล้ายกับข้อแรก แต่ต่างกันที่วิธีการนี้ให้นึกถึงและพิจารณาความจำของเราเอง เพราะบางครั้ง บางคน อาจมีคำพูดหรือเรื่องราวต่างๆอยู่ในใจ ทำให้ทำสติได้ดีกว่าการพิจารณาปัจจุบันขณะมาก
&#8220;ท่องหนังสือ หรือพูดเรื่องที่ทำอยู่ออกมาเป็นคำพูด&#8221; เป็นการเปลี่ยนอากัปกิริยา จากสิ่งที่ทำอยู่เงียบๆ ร่างกายได้เคลื่อนไหวน้อยซึ่งมักจะทำให้ง่วง การท่องอ่านออกเสียง หรือพูดออกมา ทำให้ร่างกายได้ขยับอย่างมีสติ เป็นการลดความง่วงอีกวิธีหนึ่ง
&#8220;ใช้นิ้วแยงหูทั้งสองข้าง และ/หรือ ลูบลำตัวด้วยฝ่ามือ&#8221; เป็นการเปลี่ยนอากัปกิริยาอีกวิธีหนึ่งซึ่งบริเวณรูหู และลำตัวจะมีเส้นประสาทสัมผัสอยู่มาก การแยงหู หรือ ลูบตัว เป็นการทำให้สมองได้ตื่นตัวทำงานเพิ่มขึ้น โดยรบกวนกับสมาธิในการทำงานไม่มากนัก
&#8220;ลูบนัยน์ตา ลูบหน้าด้วยน้ำ <a href="http://beta.mrkrich.com/2009/11/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/" class="more-link">More &#62;</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div>ช่วงนี้เวลางานชอบง่วงนอนอยู่บ่อยๆ วันนี้ก็เลยค้นในเน็ตดูเพราะจำได้ว่าสมัยบวชพระอาจารย์มหาเคยเล่าเรื่อง วิธีแก้ง่วงของพระพุทธเจ้าอยู่ ก็เลยลองค้นในเน็ตดู ก็ได้เจอหลายๆเว็บที่นำเรื่องอุบายแก้ง่วงของพระพุทธเจ้าที่ทรงถวายแก่พระมหาโมคคัลลานะ บางเว็บก็ถอดความมา บางเว็บก็ตีความออกมาให้เหมาะแก่ยุคสมัย แต่อ่านแล้วก็รู้สึกแปลกๆอยู่ดี ก็เลยจะลองเรียบเรียงดูบ้าง ซึ่งวิธีการหรือขั้นตอนต่างๆก็ยังคงเหมือนเดิม จะเปลี่ยนไปก็เพียงแต่ศัพท์หลายๆคำ และเพิ่มเติมในคำอธิบายดูครับ</div>
<div><span id="more-66"></span></div>
<div style="margin-bottom: 20px;">เรื่องก็มีอยู่ว่าในสมัยพุทธกาล เมื่อพระมหาโมคคัลลนาะ บวชได้ 7 วันก็ได้บำเพ็ญเพียรจนดึก และถูกความง่วงเข้าครอบงำจนไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้อย่างที่ตั้งใจ พระพุทธเจ้าซึ่งขณะนั้นอยู่ที่อีกเมืองหนึ่ง เมื่อได้ทราบจากญาณหยั่งรู้ ท่านจึงได้ทรงแสดงปาฏิหาริย์ โดยการแสดงตนต่อหน้าพระมหาโมคคัลลานะ และได้มอบอุบายในการบรรเทาความง่วงให้ ซึ่งหลังจากนั้น พระมหาโมคคัลลานะก็สำเร็จเป็นอรหันต์ในเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน ซึ่งอุบายนั้นมีด้วยกัน 8 ประการคือ</div>
<div>
<ol style="margin-bottom: 10px;">
<li><strong><em>&#8220;พิจารณาสาเหตุที่ทำให้ง่วง&#8221;</em></strong> คือให้พิจารณาถึงปัจจุบันขณะ ไม่ให้จิตใจอยู่ว่างเปล่าโดยไม่ได้ทำอะไรเลย เมื่อมีสติอยู่กับปัจจุบัน ความง่วงก็จะบรรเทาลงได้</li>
<li><strong><em>&#8220;นึกถึงคำสอนหรือเรื่องราวในอดีต&#8221;</em></strong> คล้ายกับข้อแรก แต่ต่างกันที่วิธีการนี้ให้นึกถึงและพิจารณาความจำของเราเอง เพราะบางครั้ง บางคน อาจมีคำพูดหรือเรื่องราวต่างๆอยู่ในใจ ทำให้ทำสติได้ดีกว่าการพิจารณาปัจจุบันขณะมาก</li>
<li><strong><em>&#8220;ท่องหนังสือ หรือพูดเรื่องที่ทำอยู่ออกมาเป็นคำพูด&#8221;</em></strong> เป็นการเปลี่ยนอากัปกิริยา จากสิ่งที่ทำอยู่เงียบๆ ร่างกายได้เคลื่อนไหวน้อยซึ่งมักจะทำให้ง่วง การท่องอ่านออกเสียง หรือพูดออกมา ทำให้ร่างกายได้ขยับอย่างมีสติ เป็นการลดความง่วงอีกวิธีหนึ่ง</li>
<li><strong><em>&#8220;ใช้นิ้วแยงหูทั้งสองข้าง และ/หรือ ลูบลำตัวด้วยฝ่ามือ&#8221;</em></strong> เป็นการเปลี่ยนอากัปกิริยาอีกวิธีหนึ่งซึ่งบริเวณรูหู และลำตัวจะมีเส้นประสาทสัมผัสอยู่มาก การแยงหู หรือ ลูบตัว เป็นการทำให้สมองได้ตื่นตัวทำงานเพิ่มขึ้น โดยรบกวนกับสมาธิในการทำงานไม่มากนัก</li>
<li><strong><em>&#8220;ลูบนัยน์ตา ลูบหน้าด้วยน้ำ มองไปรอบๆ&#8221;</em></strong> หากใช้คำง่ายๆก็คือ ให้ไปล้างหน้าล้างตานั่นเอง วิธีนี้จะนำความสดชื่นมาให้ด้วย การมองไปรอบๆ ก็ทำให้ผ่อนคลายความตึงเครียดจากการทำงานลงได้</li>
<li><em><strong>&#8220;ทำภาพในใจ &#8216;อาโลกสัญญา&#8217;&#8221; </strong></em>คือกำหนดความสว่างไว้ในใจ ให้สว่างเหมือนกันทั้งกลางวันกลางคืน โดยปกติความง่วงมักจะมากับความมืด วิธีการนี้คือสร้างภาพความสว่างไว้ในใจ ให้ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยง ให้มีแสงสว่างเจิดจ้าไปหมด ให้ใจเรานึกว่าเป็นเวลากลางวัน หลอกจิตใต้สำนึกว่าขณะนี้เป็นเวลากลางวัน จะได้กระปรี้กระเปร่าสดชื่นขึ้น</li>
<li><strong><em>&#8220;เดินจงกรม&#8221;</em></strong> โดยการลุกขึ้น เดินไป-กลับช้าๆ อย่างมีสติ พิจารณาการเคลื่อนไหวของเท้าทั้งสองข้าง ในการก้าวเดิน ในการกลับตัว ให้มีสติ นอกจากนี้ยังเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังจากนั่งนิ่งๆมาเป็นเวลานานด้วย</li>
<li><strong><em>&#8220;นอน&#8221; </em></strong>เมื่อวิธีการข้างต้นใช้ไม่ได้ผลแล้ว วิธีนึงจึงเป็นวิธีสุดท้าย คือพักผ่อนเสียก่อน แล้วค่อยทำต่อในภายหลัง แต่ก่อนนอนก็ให้กำหนดจิตไปด้วยว่า เมื่อพักผ่อนเพียงพอแล้วให้ลุกตื่นขึ้นมาแล้วทำงานต่อเลย จึงจะละความง่วงได้ (สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรให้ใช้ การเจริญสมาธิด้วย สีหไสยาสน์ คือนอนตะแคงขวา ซ้อนเท้าให้เหลื่อมกัน ใช้แขนรองคอไว้อย่างมีสติ)</li>
</ol>
</div>
<div>ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะครับ</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://beta.mrkrich.com/2009/11/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>My live witout notebook</title>
		<link>http://beta.mrkrich.com/2009/01/my-live-witout-notebook/</link>
		<comments>http://beta.mrkrich.com/2009/01/my-live-witout-notebook/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Jan 2009 02:57:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mrKrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Computer and internet]]></category>
		<category><![CDATA[acer]]></category>
		<category><![CDATA[aspire]]></category>
		<category><![CDATA[heat]]></category>
		<category><![CDATA[notebook]]></category>
		<category><![CDATA[pentium 4 mobile]]></category>
		<category><![CDATA[windows 7]]></category>
		<category><![CDATA[windows pe]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beta.mrkrich.com/?p=102</guid>
		<description><![CDATA[Last wek my notebook heat up to 89 celsius. and it used to quitely power down (not only shutdown or hang!!!). I decise to pick it for techincal check up and cleaning heating fan at Acer Support Center. By the way I must lie its for 3 or 4 days!!!
I addicted in internet for approximately <a href="http://beta.mrkrich.com/2009/01/my-live-witout-notebook/" class="more-link">More &#62;</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Last wek my notebook heat up to 89 celsius. and it used to quitely power down (not only shutdown or hang!!!). I decise to pick it for techincal check up and cleaning heating fan at Acer Support Center. By the way I must lie its for 3 or 4 days!!!</p>
<div>I addicted in internet for approximately 10 years and addicted in some of facebook game in few months althought my mobile can surf internet but it have too many limited.</div>
<div>Last night is the first day that I&#8217;m living witout notebook. I trying to do somethings that make me clam down. i choose to install sister notebook, the 6 years old one Pentium 4 Mobile 1.7Ghz with 128+512 MB of ram and 30GB Hard drive,  with windows 7 beta build 7000!!!</div>
<div>It cannot boot by windows 7 set up disk. I want to fresh install it so I must find somethings to boot it. but I did not have windows 98 disk try another? vista setup disk? win2k set up disk? I think not .. so i call to my friends for solving this problem. my solution is Windows PE(Pre-install Environment). When I got it .. the time is 2am .. The time to sleep &#8230; good bye the world ..<span style="white-space:pre"> </span></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://beta.mrkrich.com/2009/01/my-live-witout-notebook/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Greasemonkey my new firefox experience</title>
		<link>http://beta.mrkrich.com/2008/11/greasemonkey-my-new-firefox-experience/</link>
		<comments>http://beta.mrkrich.com/2008/11/greasemonkey-my-new-firefox-experience/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Nov 2008 02:31:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mrKrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Computer and internet]]></category>
		<category><![CDATA[add-on]]></category>
		<category><![CDATA[firefox]]></category>
		<category><![CDATA[greasemonkey]]></category>
		<category><![CDATA[javascript]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beta.mrkrich.com/?p=99</guid>
		<description><![CDATA[I use firefox since version 1.5 or below. Follow some of its news and related and heard the greasemonkey too many times. but never learn or use it.
Yesterday its a chance! I try to write script to control some game on facebook  . And I found It just like javascript which i am skillful.
It <a href="http://beta.mrkrich.com/2008/11/greasemonkey-my-new-firefox-experience/" class="more-link">More &#62;</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>I use firefox since version 1.5 or below. Follow some of its news and related and heard the greasemonkey too many times. but never learn or use it.</p>
<p>Yesterday its a chance! I try to write script to control some game on facebook <img src='http://beta.mrkrich.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> . And I found It just like javascript which i am skillful.</p>
<p>It like coding javascript in my own page.  it&#8217;s so easy to write and control things. Don&#8217;t mind the compatibility with ie because it run on firefox only! (Or other browser that surely support mozilla javascript)</p>
<p>This is acctually my great experience.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://beta.mrkrich.com/2008/11/greasemonkey-my-new-firefox-experience/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Can coffee make fresh?</title>
		<link>http://beta.mrkrich.com/2008/11/can-coffee-make-fresh/</link>
		<comments>http://beta.mrkrich.com/2008/11/can-coffee-make-fresh/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Nov 2008 01:56:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mrKrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[awake]]></category>
		<category><![CDATA[coffee]]></category>
		<category><![CDATA[fresh]]></category>
		<category><![CDATA[sleepiness]]></category>
		<category><![CDATA[sleepy]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beta.mrkrich.com/?p=98</guid>
		<description><![CDATA[The sleepy morning is make its the bad day.  Coffee can freshen you.  How can we know?
Many morning ago. I drank coffee without sugar or cream. I don&#8217;t feel the difference. But when i feel a little sugar, The result was change. I feel much more fresh and it decrease my sleepiness.
So this <a href="http://beta.mrkrich.com/2008/11/can-coffee-make-fresh/" class="more-link">More &#62;</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>The sleepy morning is make its the bad day.  Coffee can freshen you.  How can we know?</p>
<p>Many morning ago. I drank coffee without sugar or cream. I don&#8217;t feel the difference. But when i feel a little sugar, The result was change. I feel much more fresh and it decrease my sleepiness.</p>
<p>So this is my hypothesis. Can caffeine awake people without sugar? or it work with sugar. Sugar make fresh and caffeine keep the hearth rate stable?</p>
<p>&#8212;</p>
<p>ความง่วงเหงาในตอนเช้าทำให้ทั้งวันเลวร้าย กาแฟช่วยคุณได้นะ แต่จริงหรอ?</p>
<p>ในตอนเช้าของหลายๆวันที่ผ่านมา ผมได้ดื่มกาแฟดำมาหลายวันต่อเนื่องแล้ว มันก็ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นจากอาการง่วงงุนซักเท่าไหร่นะ ผมก็ยังคงง่วงอยู่อย่างเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าหากว่าผมเติมน้ำตาลลงไปในแก้วสักหน่อย บางอย่างก็จะเปลี่ยนไป อาการง่วงงุนถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่สดชื่นขึ้น</p>
<p>ถ้าอย่างนั้นสมมุติฐานของผมจะใช้ได้ไหมนะ? ถ้าบอกว่า คาเฟอีน อาจจะทำงานไม่ได้ด้วยตัวมันเองล่ะ หรือสิ่งที่มันทำไม่ได้เป็นการปลุกให้ตื่นล่ะ แต่คนที่ทำหน้าที่นั้นเป็นน้ำตาล ส่วนกาฟแค่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจคงที่ จะอธิบายได้ไหมนะ?</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://beta.mrkrich.com/2008/11/can-coffee-make-fresh/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>my boring things in licesed cd album</title>
		<link>http://beta.mrkrich.com/2008/04/my-boring-things-in-licesed-cd-album/</link>
		<comments>http://beta.mrkrich.com/2008/04/my-boring-things-in-licesed-cd-album/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 26 Apr 2008 13:59:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mrKrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Computer and internet]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beta.mrkrich.com/?p=93</guid>
		<description><![CDATA[I usually buy cd album when i wanna listen it in my computer or devices. i love to rip it into my itune and give it cd cover artwork. but for thai artist album .. its all too many much more so difficult to find it. what&#8217;s they afraid ? .. ghost cd? &#8230; I <a href="http://beta.mrkrich.com/2008/04/my-boring-things-in-licesed-cd-album/" class="more-link">More &#62;</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>I usually buy cd album when i wanna listen it in my computer or devices. i love to rip it into my itune and give it cd cover artwork. but for thai artist album .. its all too many much more so difficult to find it. what&#8217;s they afraid ? .. ghost cd? &#8230; I only need cd cover artwork for my bought album in ipod &#8230;&#8230;</p>
<p>OK if you so greedy .. i&#8217;m ready to pay for it .. or sale me the loseless media over the web (I do not need 128kbps media!!!)</p>
<p>ok i know i need somethings not usually for other&#8230;&#8230;.</p>
<p>and this may make me looking for unlicensed again</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://beta.mrkrich.com/2008/04/my-boring-things-in-licesed-cd-album/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Firefox 3 beta 3 ออกมาแล้วว</title>
		<link>http://beta.mrkrich.com/2008/02/firefox-3-beta-3-%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://beta.mrkrich.com/2008/02/firefox-3-beta-3-%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 13 Feb 2008 12:04:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mrKrich</dc:creator>
				<category><![CDATA[Computer and internet]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beta.mrkrich.com/?p=62</guid>
		<description><![CDATA[ดูเหมือนว่าจะ released เมื่อวานนี้ที่อเมริกา ซึ่งก็น่าจะเป็นตอนเช้าๆวันนี้ของบ้านเราน่ะเอง ขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษ แต่ก็ถูลู่ถูกังแปลมาแบบคร่าวๆครับ           
ของใหม่ใน beta 3- Firefox 3 นั้นเปลี่ยนมาใช้ Gecko 1.9 ตัวนี้เปลี่ยน engine ในการ render หน้าเว็บมาเป็น Gecko 1.9 ซึ่งถูกพัฒนาอยู่นานกว่า 30 เดือน (บนเว็บบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลง code มาก(เกือบ)ถึง 2 ล้านบรรทัดเลยทีเดียว ในช่วงระยะเวลากว่า 2 เดือนที่ผ่านมาหลังจากออก beta 2 มีการแก้ไขปัญหาต่างๆเพิ่มอีกกว่า 1,300 กรณี(จากกว่า 11,000 กรณีใน beta 2 เป็นมากกว่า 12,000 กรณีใน beta <a href="http://beta.mrkrich.com/2008/02/firefox-3-beta-3-%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a7/" class="more-link">More &#62;</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ดูเหมือนว่าจะ released เมื่อวานนี้ที่อเมริกา ซึ่งก็น่าจะเป็นตอนเช้าๆวันนี้ของบ้านเราน่ะเอง ขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษ แต่ก็ถูลู่ถูกังแปลมาแบบคร่าวๆครับ           </p>
<p>ของใหม่ใน beta 3<br />- Firefox 3 นั้นเปลี่ยนมาใช้ Gecko 1.9 ตัวนี้เปลี่ยน engine ในการ render หน้าเว็บมาเป็น Gecko 1.9 ซึ่งถูกพัฒนาอยู่นานกว่า 30 เดือน (บนเว็บบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลง code มาก(เกือบ)ถึง 2 ล้านบรรทัดเลยทีเดียว ในช่วงระยะเวลากว่า 2 เดือนที่ผ่านมาหลังจากออก beta 2 มีการแก้ไขปัญหาต่างๆเพิ่มอีกกว่า 1,300 กรณี(จากกว่า 11,000 กรณีใน beta 2 เป็นมากกว่า 12,000 กรณีใน beta 3)</p>
<p>- Malware protection <br />- สามารถดูข้อมูลของ web site ได้ในคลิ๊กเดียว โดยการคลิ๊กที่ favicon บน location bar</p>
<p>- Download Manager ตัวใหม่ที่ใช้งานง่ายขึ้น<br />- สามารถเล่น podcast และ videocast ได้ใน media playback tool<br />- ความเข้ากันได้ที่มากขึ้นสำหรับ MacOS X และ Linux</p>
<p>- มีปุ่ม add bookmark รูปดาวที่กดได้ง่ายขึ้น<br />- ระบบ auto-complete ที่ดีขึ้น ด้วยวิธีการที่ฉลาดขึ้นในการเลือกแหล่งข้อมูล<br />- Add-on Manager ที่ใช้งานได้สะดวกขึ้น (สามารถค้นหา add-on ได้จากใน add-on manager ได้เลย)</p>
<p>- เร็วขึ้น !! ความเร็วที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลัก และจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆมากกว่า 90 จุดจาก beta ที่แล้ว<br />-  ใช้เม็มโมรี่น้อยลง!! โดยการเร่งความเร็วในการ optimize เม็มโมรี่ และลด fragment ที่เกิดขึ้นในเม็มโมรี่ลง และดูเหมือนจะมีการแก้ไขอะไรบางอย่างเกี่ยว XPCOM cycle collector ด้วย</p>
<p>อ่าน released note แบบเต็มๆ ได้ที่นี่ http://www.mozilla.com/en-US/firefox/3.0b3/releasenotes/<br />และ download มาเล่นได้ที http://www.mozilla.com/en-US/firefox/all-beta.html</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://beta.mrkrich.com/2008/02/firefox-3-beta-3-%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

