Reading
สุขภาพกับการกิน เรื่อง การดื่มน้ำ
Jan 10th
พอดีได้ไปอ่านหนังสือ “ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น” เขียนโดย “หมอแดง ดิ อโรคยาฯ” ที่น้องเพชรให้เป็นของขวัญวันเกิดพี่ป๋วยเข้า ก็เลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีเกี่ยวกับสุขภาพ ก็เลยอยากจะเอามาให้ได้อ่านกัน
หนังสือน่าอ่าน: มิเกะเนะโกะ โฮล์มส์ แมวสามสียอดนักสืบ ตอนที่ 12 โอเปรา ระทึก(ใจ)
Apr 21st
สวัสดีครับ ไม่ได้เขียนเสียนาน มาเขียนวันนี้เพราะช่วงวันหยุดที่ผ่านมา พึ่งได้มีโอกาส หยิบเอาหนังสือจากงานสัปดาห์หนังสือ ครั้งล่าสุดมาอ่าน เพราะเดินทางไปต่างจังหวัดเลยมีเวลาได้อ่านนิดหน่อย บวกกับติดลมเล็กน้อยในวันนี้เลยหยิบมาอ่านให้จบเล่ม
หนังสือที่แนะนำวันนี้ ใหม่กว่าเล่มก่อนๆที่เคยแนะนำอยู่พอดู และเป็นเล่มใหม่ล่าสุดในหนังสือชุดนี้เลยครับ (สำหรับในประเทศไทยนะ) เล่มนี้ก็เป็นเล่มที่ 12 แล้วครับ ของเจ้าแมวสาว สามสีตัวนี้ กับชื่อตอนที่ชื่อว่า โอเปรา ระทึก(ใจ) ของ มิเกะเนะโกะ โฮล์มส์ แมวสามสียอดนักสืบ

ผู้เขียน: อาคากะวา จิโร่ เชื่อว่าพูดถึงชื่อนี้ นักอ่านคนไทย ก็คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก กับผู้เขียนนิยายชุดนักสือ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับ การ์ตูนนักสืบสุดฮิต อย่าง โคนัน เจ้าหนูนักสืบ เป็นแน่ ด้วยรูปแบบบรรยายที่กระชับได้ใจความ และการดำเนินเรื่องที่รวดเร็วและสนุกสนาน ทำให้หนังสือของจิโร่ เป็นหนังสือขายดีเสมอมา นอกจากนิยายชุดนี้แล้ว อาคากะวา จิโร่ยังมีผลงานเขียนอีกมากมาย
ผู้แปล: สมเกียรติ เชวงกิจวณิช เป็นผู้แปลที่สุดยอดอีกคนของเมืองไทย นิยายแปลที่ผ่านตาผม ถ้ามีชื่อของนักแปลท่านนี้แล้วล่ะก็ รับประกันได้เลยว่าสามารถแปลออกมาได้อย่างสวยงาม และไหลลื่่นราวกับเป็นผู้แต่งเองเลยก็ว่าได้ ผลงานแปลนิยายตอนนี้ ก็เป็นอีกผลงานที่การันตีความสามารถของนักแปลท่านนี้ได้เป็นอย่างดี
มิเกะเนะโกะ โฮล์ม แมวสามสียอดนักสืบ นิยายชุดสืบสวนสอบสวน ที่แปลกแหวกแนวกว่าเรื่องไหนๆที่เคยเจอ เมื่อตัวเอกเป็นแมวสามสีเพศเมีย ที่อาศัยอยู่กับ คาตายามา โยชิทาโร่ นายตำรวจหนุ่ม ผู้เป็นโรคแพ้ผู้หญิงและเลือด กับฮารูมิ น้องสาว
เรื่องย่อ หลังจากคดีก่อนหน้าในตอนที่ 10 คราวนี้ คาตายามา และพรรคพวกเดินทางมาพักผ่อนกันที่ออสเตรีย ก็ยังไม่วายเจอคดีอีกจนได้ เมื่อ มิชิโกะ หญิงสาวผู้ชนะการแข่งขันเปียโนที่ไม่เคยมีใครเห็นหน้า เกิดจู่ๆก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และตัวเก็งผู้กลายเป็นที่สองในการแข่งขันอย่าง ยาโยอิ กลับปรากฏตัวเสียนี่ เรื่องราววุ่นๆจึงเกิดขึ้นเมื่อไม่เคยมีใครเห็นหน้าของ มิชิโกะ มาก่อนนั่นเอง
ภาพรวม การดำเนินเรื่องทำได้ดีเยี่ยมสมกับที่เป็น อาคากะวา จิโร จริงๆยังคงความสนุกสนานของนิยายไว้ได้อย่างครบถ้วนเลยจริงๆ แม้ว่าเล่มนี้จะเป็นเล่มที่ 12 แล้วก็ตาม ในเล่มนี้จะได้พบกับพัฒนาการหลายๆด้านของตัวละคร รวมถึงว่าที่ “แฟน” ของคาตายามา เสียด้วย นอกจากนี้ดูเหมือนว่า อาคากะวา จะเขียนตอนยาวกับเรื่องสั้นสลับเล่มกันไปด้วยนะครับ คาดว่าเล่มต่อไปก็คงได้อ่านแบบเรื่องสั้นอีก … (หวังว่าผมคงจะคิดผิดไปเอง)
หนังสือน่าอ่าน: ico
Jan 15th
เคยเกริ่นๆเอาไว้เมื่อตอนที่เอานิยายสืบสวนสอบสวนเรื่อง “ฆาตกรรมระดับ7″ ของ มิยาเบะ มิยูกิ มาแนะนำว่านอกเหนือจากเธอจะเป็นราชินีนิยายแนวสืบสวนสอบสวนแล้ว เธอยังมีผลงานแนวแฟนตาซีด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องนึงที่เธอเขียนและถูกแปลมาเป็นภาษาไทย ของสำนักพิมพ์ Bliss Publishing

ผู้เขียน: มิยาเบะ มิยูกิ เป็นราชินีแห่งอาชญนิยายที่มียอดขายสูงที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งจากการที่ได้อ่าน นิยายของนักเขียนท่านนี้แล้ว ผมก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า คำโฆษณานี้ ไม่ได้โอ้อวดสรรพคุณเกินจริงเลย นอกเหนือจากนิยายแนวอาชญกรรมเล่มนี้แล้ว นิยายเล่มนี้ก็เป็นนิยายแนวแฟนตาซีที่น่าติดตาม ไม่แพ้แนวสืบสวนสอบสวนเลย
ผู้แปล: นิพดา เขียวอุไร นักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ปัจจุบันทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้ก้าวเข้าสู่วงการแปลนิยายญี่ปุ่น จากการแนะนำของเพื่อน และเนื่องจากต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ทำให้ผลงานเล่มแรกของเธอคือหนังสือเล่มนี้ ได้ใช้เทคโนโลยีแห่งการสื่อสารทำให้เป็นรูปเล่มอย่างที่ปรากฏนี้ และถึงแม้ว่าเล่มนี้จะเป็นผลงานการแปลนิยายเล่มแรกของเธอ แต่ผลงานแปลชิ้นนี้ก็สนุกสนาน น่าติดตาม และลื่นไหลไม่สะดุด ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมเลยจริงๆ
ICO นิยายแฟนตาซีที่ดัดแปลงมาจากเกมเพลย์เรื่องแรกของมิยาเบะ มิยูกิ แม้ว่าเราจะไม่ค่อยได้เห็นผลงานแนวนี้ของเธอนัก แต่ด้วยความสามารถของเธอ ก็ทำให้นิยายเรื่องนี้ติดอันดับหนังสือขายดีได้ไม่ยากเลย
เรื่องย่อ เด็กกำพร้าชื่ออิโคะเกิดมามีเขาสองข้างงอกอยู่บนหัว ถูกเลี้ยงดูโดยหัวหน้าหมู่บ้านเช่นเด็กปกติทั่วไป เขาถูกพร่ำบอกตั้งแต่เด็กว่า เมื่ออายุสิบสามเขาจะถูกส่งไปเป็นบรรณาการ ที่ปราสาทแห่งม่านหมอกอันเป็นสถานที่ ที่ไม่มีผู้ใครเคยย่างกรายไปถึง และเขาจะไม่มีวันได้กลับออกมาอีกเลย แต่แล้วก่อนวันนั้นจะมาถึง โตโตะ เพื่อนของเขาได้เดินทางล่วงหน้าไปยังปราสาทแห่งม่านหมอก แต่กลับพลัดหลงไปยังเมืองร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้พบกับคัมภีร์เจิดจรัส และลวดลายในคัมภีร์นั้นเอง ที่กลายมาเป็นเกราะป้องกันตัวเขา ในการผจญภัยในปราสาทแห่งม่านหมอกอันน่าสะพรึ่งกลัว
ภาพรวม ความสนุกสนานจากหนังสือเล่มนี้ ผิดแผลกจากความน่าสะพรึงกลัวของนิยายเรื่องก่อนๆของ มิยาเบะ มิยูกิ มากทีเดียว แต่ความสนุกนี้เกิดจากความไหลลื่นในเนื้อเรื่อง ความไม่สะดุดในเนื้อหา การอธิบายเรื่องที่ทำได้อย่างกระจ่างแจ้ง ทุกอย่างลงตัวจริงๆ รวมไปถึงการแปลที่ทำได้อย่างดี ไม่ทำให้อรรถรสในการอ่านสะดุด อย่างที่นิยายแปลหลายๆเรื่องเป็น นิยายเรื่องนี้เป็นแฟนตาซีที่ทำให้จินตนาการของเรา ลื่นไหลไปตามตัวหนังสือ การบอกเล่าจากตัวหนังสือ สามารถวาดภาพในใจของผู้อ่านได้จริงๆ และนิยายเล่มนี้ก็เป็นอีกเรื่องโปรดของผมครับ
หนังสือน่าอ่าน: นิยายชุด ธุลีปริศนา
Jan 10th
วันนี้หยิบหนังสือน่าอ่านมาอีกเล่มนึงครับ เป็นแนวแฟนตาซีที่น่าสนใจและพึ่งเข้าโรงไปไม่นานนี้ และเป็นนิยายไตรภาคครับ ถ้าจำไม่ผิดเล่มแรกของนิยายชุดนี้ ผมได้เป็นหนังสือแถมจากงานสัปดาห์หนังสือ เมื่อปีกว่าๆมาแล้ว และอ่านไปได้ไม่กี่บท เนื่องจากช่วงนั้นงานเยอะมากเลยไม่ได้หยิบมาอ่านต่อ จนเมื่อได้เห็นตัวอย่างหนังเรื่อง The Golden Compass ก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่าเคยอ่านเรื่องนี้ค้างเอาไว้ ก็เลยหยิบมาอ่านต่อ และพบว่ามันมีภาคต่อด้วยกันอีก 2 เล่ม

ผู้เขียน: ฟิลลิป พูลแมน (Philip Pullman) เป็นนักเขียนชาวอังกฤษ ที่เคยเคร่งครัดในศาสนา แต่แล้วก็เกิดจุดเปลี่ยนในชีวิตของเขา ทำให้เขาไม่ศรัทธาในพระเจ้าและคริสต์ศาสนา (แต่ไม่รู้ว่าเขามีศาสนาไหมตอนนี้) และนิยายเรื่องนี้ก็ทำให้เขาโดนโจมตีอย่างหนักจากศาสนจักร (รวมไปถึงหนังเรื่องนี้ด้วย ถึงแม้จะได้รับการยืนยันว่า ไม่มีเนื้อหาที่พาดพิงถึงศาสนจักรแล้วก็ตาม) ผมเชื่อว่าด้วยนิยายเรื่องนี้ทำให้เขาโด่งดังขึ้นเป็นอย่างมาก (เ่ช่นเดียวกับ แดน บราวน์)
ธุลีปริศนา นิยายแฟนตาซีแบบไตรภาค โดยหยิบเอาชื่อของวิเศษในแต่ละเล่มมาเป็นชื่อตอน ( Northern Lights ในฉบับอเมริกันเปลี่ยนชื่อตอนเป็น The Golden Compass) พูดถึงทฤษฏีที่ว่า โลกมีหลายมิติซ้อนทับกันอยู่ และแต่ละมิติก็เป็นเอกเทศจากกันและกัน โดยเมื่อกว่า 3 หมื่นปีก่อนได้เกิดมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น และทำให้เกิดวิวัฒนาการของชีวิตที่มีสติปัญญา และเมื่อ 300 ปีก่อนก็เกิดอะไรบางอย่างขึ้น มีการพัฒนาของวิเศษขึ้นในหลายมิติ และเกิดการถดถอยของวิวัฒนาการด้วยในเวลาเดียวกัน และเรื่องราวก็เกิดขึ้นในปัจจุบันในมิติหนึ่งซึ่งแตกต่างจากโลกที่เราอาศัยอยู่
มหันตภัยขั้วโลกเหนือ (Northern Lights) หรือ อภินิหารเข็มทิศทองคำ (The Golden Compass) พูดถึงโลกที่มนุษย์มีภูตประจำตัว(Deamon) และเด็กหญิงแก่นกระโหลกที่ชื่อไลร่า กับการเดินทางไปยังขั้วโลกเหนือ เพื่อช่วยโรเจอร์เพื่อนของเธอที่มหาวิทยาลัยจอร์แดน จากพวกตัวกินเด็กที่ลักพาตัวเด็กๆ เพื่อวัตถุประสงค์อะไรบางอย่าง การผจญภัยที่ตื่นตาตื่นใจกับแม่มด หมีขาวขั้วโลกเหนือ และเข็มทิศทองคำที่ได้รับจากอธิการบดี
มีดนิรมิต (The Subtle Knife) กับการผจญภัยที่ต่อเนื่องจาก มหันตภัยขั้วโลกเหนือ ที่พูดถึง วิล เด็กชายผู้ซึ่งกลายเป็นฆาตกร เขาพบหน้าต่างที่ทะลุข้ามไปยังมิติอื่น ซึ่งทำให้ได้พบกับไลร่าและมีดนิรมิต เข็มทิศทองคำชักนำให้ไลร่าได้พบกับดอกเตอร์มาโลน และให้เธอช่วยวิลตามหาพ่อของเขา
สู่เส้นทางมรณะ (The Amber Spyglass) เมื่อไลร่าหายตัวไป วิลจะต้องนำมีดนิรมิตไปหาลอร์ดแอสเรียล คำทำนายเกี่ยวกับไลร่าคืออะไร และการเดินทางทั้งหมดจะไปจบลงที่ตรงไหน? เรื่องนี้จะจบลงอย่างไร
ภาพรวม สุดยอดจินตนาการที่สร้างโลกที่มีหลายมิติ หลายเผ่าพันธุ์ และสามารถผสมผสานและอธิบายทุกอย่างได้อย่างลงตัว การวางพล๊อตและการดำเนินเรื่องทำได้ดีเยี่ยม และจบเรื่องลงได้อย่างงดงามจริงๆ เป็นอีกเรื่องนึงที่ “วางไม่ลง” และควรอ่านทั้ง 3 เล่มอย่างต่อเนื่องเพื่ออรรถรสในการอ่าน แต่นิยายเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่นิยายสำหรับเด็กอย่างที่เข้าใจกันนัก ควรจะเป็นนิยายสำหรับวัยรุ่นมากกว่า
หนังสือน่าอ่าน: ฆาตกรรมระดับ7
Jan 8th
สวัสดีครับ วันนี้ฉีกแนวไปหน่อยจากที่ตั้งใจเอาไว้สำหรับ blog นี้ เนื่องจากผมเองเป็นคนชอบอ่านนิยาย แล้วบังเอิญมีน้องคนนึงขอยืมนิยายแปลเล่มนี้ ก็เลยคิดว่าจะเขียนเป็น review เ้สียหน่อย เกริ่นไว้ก่อนว่านิยายเล่มนี้ผมซื้อในงานสัปดาห์หนังสือสักครั้งนึง และซื้อตอนหนังสือเปิดตัวเลยแต่ก็ยังได้ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4 นั่นหมายความว่า เป็นหนังสือที่ทางสำนักพิมพ์คิดว่าจะต้องขายดีอย่างแน่นอน

ผู้เขียน: มิยาเบะ มิยูกิ เป็นราชินีแห่งอาชญนิยายที่(บนปกโฆษณาว่า)มียอดขายสูงที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งจากการที่ได้อ่าน นิยายของนักเขียนท่านนี้แล้ว ผมก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า คำโฆษณานี้ ไม่ได้โอ้อวดสรรพคุณเกินจริงเลย นอกเหนือจากนิยายแนวอาชญกรรมเล่มนี้แล้ว ยังมีผลงานแนวแฟนตาซีที่ได้ถูกแปลเป็นภาษาไทยอยู่เล่มหนึ่ง ซึ่งผมจะหยิบเอามา review ในโอกาสหน้าครับ
ผู้แปล: บัณฑิต ประดิษฐานุวงษ์ เป็นผู้ที่คลุกคลีกกับการทำนิตยสารมาตั้งแต่สมัยมัธยม เมื่อได้ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ประเทศญี่ปุ่น ก็ยังมีผลงานเกี่ยวกับนิตยสาร-หนังสือ เรื่อยมา มีผลงานแปลเกี่ยวกับด้านอุตสาหกรรม รวมถึงงานด้าน ความคิดสร้างสรร-การใช้ความคิด อีกด้วย จากคำนำในหนังสือ ไม่ได้อ้างอิงถึงการแปลในงานนิยาย อาจะเป็นได้ว่านี่เป็นผลงานในการแปลนิยายเล่มแรกของเขา แต่จากการได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ทำให้การันตีได้ว่า ผลงานการแปลในงานนิยาย ก็ไม่อ่อนด้อยจนเป็นที่ติฉินได้แน่
ฆาตกรรมระดับ7 เป็นนิยายอาชญกรรม-สืบสวนสอบสวน ที่แหวกแนวกว่าที่พบเห็นกันดาดดื่นทั่วไป เพราะตัวเอกของเื่องไม่ได้เป็นยอดนักสืบ หรือนักสืบจำเป็นเหมือนอย่างนิยายสืบสวนของ โคนัน ดอล์ย, อาคาธา คริสตี้ หรือแม้กระทั่งของ อาคากะว่า จิโร่ แต่ตัวดำเนินเรื่องกลับเป็นคนที่อาจจะเป็นฆาตกรเอง
เรื่องย่อ ชายหญิงคู่หนึ่ง ตื่นขึ้นมาโดยจำอะไรไม่ได้เลย แม้กระทั่งชื่อของตัวเอง และพบว่าทั้งคู่อยู่ในคอนโดฯ ใหม่เอี่ยมกลางกรุงโตเกียว ของทุกอย่างในห้องนั้นเป็นของใหม่ทั้งหมด แม้กระทั่งเสื้อผ้า และมีสิ่งที่น่าแปลกประหลาดตรงที่มีรอยสักแปลกๆบนแขนที่เขียนว่า Level 7 อยู่ด้วย แต่ความน่าประหลาดใจยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เขายังพบปืน ผ้าเปื้อนเลือด และกระเป๋าเดินทางที่อัดแน่นด้วยธนบัตรมูลค่าหลายล้านเยน จู่ๆ หญิงสาวก็เกิดตาบอดขึ้น และมีเหตุการณ์ชักนำให้เพื่อนบ้านผู้อาศัยอยู่ข้างห้องเข้ามาพบกับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น และเสนอตัวเข้าช่วยค้นหาตัวตนของทั้งคู่ และสิ่งของที่น่าสงสัยในห้องนั้น
ภาพรวม เป็นนิยายเรื่องหนึ่งที่จัดได้ว่า “วางไม่ลง” ด้วยวิธีการดำเนินเรื่อง การผูกปมเรื่อง และการหักมุม มิยาเบะ มิยูกิ ทำได้สมกับที่เป็นราชินีแห่งนิยายอาชญกรรมจริงๆ มีการลำดับเรื่องที่สลับไปสลับมาของตัวละครหลัก กับตัวละครที่จะชักพาเนื้อเรื่องไปยังจุดที่ผู้เขียนต้องการ เป็นระยะๆ ทำให้เกิดความคาดหวัง และการหักมุมของเนื้อเรื่อง โดยไม่อาจคาดเดาได้ นอกจากการดำเนินเรื่องที่สนุกสนานแล้ว ตัวผู้แปลเองก็ใช้ภาษาที่ลื่นไหลไม่สะดุดด้วย ทำให้ “ฆาตกรรมระดับ7″เป็นนิยายที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับ ผู้รักการอ่านอาชญนิยายจริงๆ
